วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555

1.2.4 ทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรู้ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20

4)    ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มผสมผสานของกานเย (Gagne’s eclecticism)
ณัชชากัญญ์ วิรัตนชันวรรณ (http://www.learners.in.th/blog/natchakan/386486) รวบรวมและกล่าวถึงทฤษฎีบทนี้ว่า "แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของทฤษฏีนี้ คือ ความรู้มีหลายประเภท บางประเภทสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องใช้ความคิดที่ลึกซึ้ง บางประเภทมีความซับซ้อนมาก จำเป็นต้องใช้ความสามารถในขั้นสูง หลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้ คือ การจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบซึ่งเริ่มจากง่ายไปหายากมีทั้งหมด 9 ขั้น ดังนี้
ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจ(Gaining attention)
ขั้นที่ 2 แจ้งจุดประสงค์(Informing the learning)
ขั้นที่ 3 กระตุ้นให้ผู้เรียนระลึกถึงความรู้เดิมที่จำเป็น(Stimulating recall of prerequisite learned capabilities)
ขั้นที่ 4 เสนอบทเรียนใหม่(Presenting the stimulus)
ขั้นที่ 5 ให้แนวทางการเรียนรู้(Providing learning guidance)
ขั้นที่ 6 ให้ลงมือปฏิบัติ(Eliciting the performance)
ขั้นที่ 7 ให้ข้อมูลป้อนกลับ(Feedback)
ขั้นที่ 8 ประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ตามจุดประสงค์(Assessing the performance)
ขั้นที่ 9 ส่งเสริมความแม่นยำและการถ่ายโอนการเรียนรู้(Enhancing retention and transfer) "
บริหารการศึกษา กลุ่มดอนทอง 52 ( http://dontong52.blogspot.com ) รวบรวมและกล่าวถึงทฤษฎีบทนี้ว่า แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของทฤษฏีนี้ คือ ความรู้มีหลายประเภท บางประเภทสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องใช้ความคิดที่ลึกซึ้ง บางประเภทมีความซับซ้อนมาก จึงแบ่งประเภทของการเรียนรู้ของทฤษฎีนี้ได้ดังนี้
1) ประเภทการเรียนรู้เป็นลำดับขั้นตอน ง่ายไปหายาก 8 ประเภท
            - การเรียนรู้สัญญาณ
                                            - การเรียนรู้สิ่งเร้า การตอบสนอง
                                            - การเรียนรู้การเชื่อมโยงแบบต่อเนื่อง
                                            - การเชื่อมโยงทางภาษา
                                            - การเรียนรู้ความแตกต่าง
                                            - การเรียนรู้ความคิดรวบยอม
                                            - การเรียนรู้กฎ
                                            - การเรียนรู้การแก้ปัญหา
2) กาเยได้แบ่งสมรรถภาพการเรียนรู้ไว้ 5 ประการ
                                            - สมรรถภาพในการเรียนรู้ข้อเท็จจริง
                                            - ทักษะเชาว์ปัญญา
                                            - ยุทธศาสตร์ในการคิด
                                            - ทักษะการเคลื่อนไหว
                                            - เจตคติ
ศน.หลักสูตรและการสอน ( http://www.niteslink.net/web/?name=webboard&file=read&id=7 ) รวบรวมและกล่าวถึงทฤษฎีบทนี้ว่า  แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของทฤษฏีนี้ คือ ความรู้มีหลายประเภท บางประเภทสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องใช้ความคิดที่ลึกซึ้ง บางประเภทมีความซับซ้อนมาก จำเป็นต้องใช้ความสามารถในขั้นสูง หลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฏีนี้ คือ การจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบซึ่งเริ่มจากง่ายไปหายากมีทั้งหมด 9 ขั้น ดังนี้
ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจ(Gaining attention)
ขั้นที่ 2 แจ้งจุดประสงค์(Informing the learning)
ขั้นที่ 3 กระตุ้นให้ผู้เรียนระลึกถึงความรู้เดิมที่จำเป็น(Stimulating recall of prerequisite learned capabilities)
ขั้นที่ 4 เสนอบทเรียนใหม่(Presenting the stimulus)
ขั้นที่ 5 ให้แนวทางการเรียนรู้(Providing learning guidance)
ขั้นที่ 6 ให้ลงมือปฏิบัติ(Eliciting the performance)
ขั้นที่ 7 ให้ข้อมูลป้อนกลับ(Feedback)
ขั้นที่ 8 ประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ตามจุดประสงค์(Assessing the performance)
ขั้นที่ 9 ส่งเสริมความแม่นยำและการถ่ายโอนการเรียนรู้(Enhancing retention and transfer) "
สรุป
ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มผสมผสานของกานเย (Gagne’s eclecticism) คือ ความรู้มีหลายประเภท บางประเภทสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องใช้ความคิดที่ลึกซึ้ง บางประเภทมีความซับซ้อนมาก จำเป็นต้องใช้ความสามารถในขั้นสูง การจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบซึ่งเริ่มจากง่ายไปหายากมีทั้งหมด 9 ขั้น ได้แก่ สร้างความสนใจ  แจ้งจุดประสงค์  กระตุ้นให้ผู้เรียนระลึกถึงความรู้เดิมที่จำเป็น  เสนอบทเรียนใหม่  ให้แนวทางการเรียนรู้  ให้ลงมือปฏิบัติ  ให้ข้อมูลป้อนกลับ  ประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ และส่งเสริมความแม่นยำและการถ่ายโอนการเรียนรู้
อ้างอิง
แหล่งที่มา : http://www.learners.in.th/blog/natchakan/386486. เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2555
แหล่งที่มา : http://dontong52.blogspot.com. เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2555
แหล่งที่มา : http://www.niteslink.net/web/?name=webboard&file=read&id=7. เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2555

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น