16. ข้อจำกัดในการวิจัย ( Limitation )/ ขอบเขตการทำวิจัย
http://blog.eduzones.com/jipatar/85921 เป็นการระบุให้ทราบว่าการวิจัยที่จะศึกษามีขอบข่ายกว้างขวางเพียงใด เนื่องจากผู้วิจัยไม่สามารถทำการศึกษาได้ครบถ้วนทุกแง่ทุกมุมของปัญหานั้น จึงต้องกำหนดขอบเขตของการศึกษาให้แน่นอน ว่าจะครอบคลุมอะไรบ้าง ซึ่งอาจทำได้โดยการกำหนดขอบเขตของเรื่องให้แคบลงเฉพาะตอนใดตอนหนึ่งของสาขาวิชา หรือกำหนดกลุ่มประชากร สถานที่วิจัย หรือระยะเวลา
www.eng.su.ac.th/che/old53/faculty_and_staff/.../research-4.pdf ได้รวบรวมและกล่าวไว้ว่า
1. ขอบเขตของการวิจัยมีจุดประสงค์เพื่อกำหนดขอบเขตของการวิจัยครั้งนี้ให้จำเพาะเจาะจง ว่าสิ่งใดต้องการวิจัยและสิ่งใดที่ไม่ต้องการวิจัย
2. ขอบเขตของการวิจัย เป็นการจำกัดขอบเขตในด้านต่าง ๆของการวิจัยให้แคบลงเพื่อไม่ให้งานวิจัยมีขอบเขตการศึกษากว้างขวางจนเกินไป ซึ่งหมายถึงสาระหรือวัตถุประสงค์หรือประเด็นต่าง ๆ ที่ผู้วิจัยต้องการจะศึกษารวมทั้งประเภทและลักษณะของประชากรที่เป็นเป้าหมายของการศึกษา
3. รูปแบบการเขียน ขอบเขตการวิจัยเขียนให้ประกอบด้วย 5 เรื่อง
· ขอบเขตเกี่ยวกับประเด็นหลักในชื่อเรื่อง
· ขอบเขตเกี่ยวกับประชากรในการวิจัย
· ขอบเขตเกี่ยวกับพื้นที่ที่ใช้วิจัย
· ขอบเขตเกี่ยวกับเวลาที่ทำวิจัย
· ขอบเขตเกี่ยวกับตัวแปร
4. การเขียนขอบเขตการวิจัยมีหลักการทั่วไปดังนี้
· เขียนเป็นข้อๆหรืออาจเขียนพรรณนาก็ได้
· เขียนให้ขยายความขอบเขตที่ระบุไว้ในชื่อเรื่องการวิจัย
· เขียนโดยใช้คำที่แสดงถึงขอบเขต เช่น คำว่า ‘ศึกษาเฉพาะ’ ‘ครอบคลุมถึง’ หรือ ’ไม่รวมถึง’ หรือจบด้วย ‘เท่านั้น’
http://ajdusadee-dusadee.blogspot.com/2011/01/blog-post.htm ได้รวบรวมและกล่าวไว้ว่าขอบเขตของงานวิจัย(boundary of research problem) มักพบเจอในการเขียนบทที่ 1 การกำหนดขอบเขตของการวิจัยนี้ เกี่ยวข้องใกล้ชิด กับการกำหนดปัญหาการวิจัยที่ชัดเจน ลักษณะของขอบเขตของการวิจัยมีประเด็นที่ควรกล่าวถึง ประกอบด้วย ขอบเขตด้านกลุ่มตัวอย่างหรือ กลุ่มผู้ร่วมวิจัย ที่ต้องระบุว่ามีลักษณะเช่นใด เกี่ยวกับ ชาติพันธุ์ เพศ เศรษฐกิจและสังคมที่จะทำให้ผู้อ่านงานวิจัย หรือนักวิจัยเองทราบว่า การตีความข้อค้นพบหรือ ผลจากการวิจัย ทำภายในขอบเขตเช่นไร เช่น การวิจัยเพื่อสร้างโมเดล การออมเงินของ นักศึกษามหาวิทยาลัย ขอบเขตของการตีความก็อยู่ในบริบทของอายุ และสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของนักศึกษามหาวิทยาลัย ขอบเขตด้านทฤษฎี อาจประกอบด้วยการระบุชื่อของทฤษฎีที่ใช้ในการสร้างความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง การตีความต้องอยู่บนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีนั้น ในงานวิจัยระดับปริญญาเอก โท ของหลายมหาวิทยาลัยเวลาระบุเกี่ยวกับขอบเขตไปใส่หัวข้อว่ากลุ่มตัวอย่าง ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม นั้นเป็นการเขียนที่บอกข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขต แต่มิได้เป็นการระบุขอบเขตที่ควรทำเพราะให้ข้อมูลในระดับปฏิบัติการมากการให้ข้อมูลระดับconcept
สรุป เป็นการระบุให้ทราบว่าการวิจัยที่จะศึกษามีขอบข่ายกว้างขวางเพียงใด เนื่องจากผู้วิจัยไม่สามารถทำการศึกษาได้ครบถ้วนทุกแง่ทุกมุมของปัญหานั้น จึงต้องกำหนดขอบเขตของการศึกษาให้แน่นอน ว่าจะครอบคลุมอะไรบ้าง ซึ่งอาจทำได้โดยการกำหนดขอบเขตของเรื่องให้แคบลงเฉพาะตอนใดตอนหนึ่งของสาขาวิชา
รูปแบบการเขียนขอบเขตการวิจัยประกอบด้วย 5 เรื่อง
· ขอบเขตเกี่ยวกับประเด็นหลักในชื่อเรื่อง
· ขอบเขตเกี่ยวกับประชากรในการวิจัย
· ขอบเขตเกี่ยวกับพื้นที่ที่ใช้วิจัย
· ขอบเขตเกี่ยวกับเวลาที่ทำวิจัย
· ขอบเขตเกี่ยวกับตัวแปร
การเขียนขอบเขตการวิจัยมีหลักการทั่วไปดังนี้
· เขียนเป็นข้อๆหรืออาจเขียนพรรณนาก็ได้
· เขียนให้ขยายความขอบเขตที่ระบุไว้ในชื่อเรื่องการวิจัย
· เขียนโดยใช้คำที่แสดงถึงขอบเขต เช่น คำว่า ‘ศึกษาเฉพาะ’ ‘ครอบคลุมถึง’ หรือ ’ไม่รวมถึง’ หรือจบด้วย ‘เท่านั้น’
อ้างอิง
http://blog.eduzones.com/jipatar/85921. เข้าถึงเมื่อ 17 ธันวาคม 2555.
เข้าถึงเมื่อ 17 ธันวาคม 2555.
เข้าถึงเมื่อ 17 ธันวาคม 2555.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น