18. อุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการวิจัยและมาตรการในการแก้ไข (obstacles and Strategies to solve the problems)
http://rdi.snru.ac.th/UserFiles/File/3(1).pdf กล่าวไว้ว่าอุปสรรคในการวิจัยที่สำคัญสรุปได้ดังนี้
1. ขาดนักวิจัยที่มีคุณภาพ นักวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ซึ่งเป็นกำลังหลัก 16,351 - 19,115 คนสามารถผลิตผลงานวิจัยในเกณฑ์ดี ดีมาก และดีเด่นได้เพียงร้อยละ 5.6,0.6 และ 0.1 เท่านั้น
2. ผู้บริหารขาดความสามารถในการบริหารจัดการและไม่เห็นความสำคัญของการวิจัย
3. มีแหล่งเงินทุนเพื่อการวิจัยน้อย
4. นักวิจัยมีภาระงานอื่นที่ต้องปฏิบัติมากทำให้ไม่มีเวลาสำหรับทำวิจัย
5. ขาดผู้ช่วยงาน ทรัพยากรสนับสนุนการวิจัย และมีปัญหาขาดความร่วมมือในการวิจัย
แนวทางการแก้ไข
1. กำหนดนโยบาย ทิศทาง เป้าหมายหลัก และแผนงานวิจัยระดับชาติที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพ
2. สนับสนุนองค์กรจัดสรรทุนอย่างจริงจังให้มีความเป็นอิสระ มีความหลากหลายในทางปฏิบัติ เพื่อให้การจัดสรรทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสัมฤทธิผลของงานวิจัยที่มีคุณภาพ
3. ต้องมีมาตรการการสร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับงานวิจัยของชาติ
4. ระดมทุนและทรัพยากรทั้งภาครัฐและเอกชน มีมาตรการจัดสรรทุนและทรัพยากรที่ดี เพื่อให้ผลิตผลงานวิจัยที่ได้คุณภาพ
5. มีมาตรการสร้างความเข้มแข็งให้แก่หน่วยงานวิจัยเฉพาะทาง
www.op.mahidol.ac.th/orra/orra_tha/.../ASEAN.pdf กล่าวไว้ว่า การทำวิจัยต้องพยายามหลีกเลี่ยงอคติและความคลาดเคลื่อนที่อาจจะเกิดขึ้นจากการวิจัยนั้นให้มากที่สุดเพื่อให้ผลการวิจัย ใกล้เคียงกับความเป็นจริง โดยใช้รูปแบบการวิจัย, ระเบียบวิธีวิจัย และสถิติที่เหมาะสมแต่ในสภาพความเป็นจริงแล้วอาจมีข้อจำกัดต่างๆ เกิดขึ้น ดังนั้นการคำนึงเฉพาะความถูกต้องอย่างเดียวอาจไม่สามารถ ทำการวิจัยได้ แนวทางการแก้ไขนักวิจัยอาจจำเป็นต้องมีการปรับแผนบางอย่างเพื่อให้สามารถปฏิบัติได้แต่สิ่งสำคัญก็คือผู้วิจัยต้องตระหนักหรือรู้ถึงขีดข้อจำกัดดังกล่าวนั้นและมีการระบุไว้ในโครงร่าง การวิจัยด้วยไม่ใช่แกล้งทำเป็นว่าไม่มีข้อจำกัดเลยจากนั้นจึงคิดหามาตรการอย่าให้ "ความเป็นไปได้" มาทำลายความถูกต้องเสียหมดเพราะจะส่งผลให้งานวิจัยเชื่อถือไม่ได้
cai.md.chula.ac.th/lesson/research/re12.htm กล่าวไว้ว่า ประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับการวิจัยปฏิบัติการไว้หลายประการ อาทิเช่น ปัญหาการเลือกวิธีการที่ใช้ในการวิจัยระหว่างเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ทักษะในการทำวิจัยของครู วิธีการที่การพัฒนาความสามารถในการทำวิจัยของครู การอ้างอิงผลสรุปจากการวิจัย ความตรงของการวิจัยซึ่งดำเนินการโดยครูอาจไม่มีประสบการณ์เพียงพอในการทำวิจัย และจรรยาบรรณของการทำวิจัยกับนักเรียน แนวทางการแก้ไข คือ อ่านและศึกษาการวิจัยหลายๆ ตัวอย่างหรืออาจจะศึกษาโดยกรณีตัวอย่างที่เป็นห้องเรียน หรือนักเรียน อาจเปรียบเทียบชั้นเรียนในปีนี้กับชั้นเรียนปีที่แล้ว
สรุป การวิจัยมิใช่แต่การมุ่งสร้างองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับศาสตร์นั้นๆแต่เพื่อแก้ไข้ปัญหา การทำวิจัยเป็นนำเสนอข้อที่ถูกต้องและพิสูจน์มาแล้วว่าเชื่อถือได้สามารถนำมาใช้ แต่ถ้าผู้ทำวิจัยไม่เสนอข้อมูลจริงหรือยอมแพ้และมองข้ามอุปสรรคที่เจอเป็นเรื่องเล็กน้อยงานวิจัยก็จะไม่ใช้งานวิจัยที่ถูกต้อง สำหรับแนวทางการแก้ไข
1. กำหนดนโยบาย ทิศทาง เป้าหมายหลัก และแผนงานวิจัยระดับชาติที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพ
2. สนับสนุนองค์กรจัดสรรทุนอย่างจริงจังให้มีความเป็นอิสระ มีความหลากหลายในทางปฏิบัติ เพื่อให้การจัดสรรทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสัมฤทธิผลของงานวิจัยที่มีคุณภาพ
3. ต้องมีมาตรการการสร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับงานวิจัยของชาติ
4. ระดมทุนและทรัพยากรทั้งภาครัฐและเอกชน มีมาตรการจัดสรรทุนและทรัพยากรที่ดี เพื่อให้ผลิตผลงานวิจัยที่ได้คุณภาพ
5. มีมาตรการสร้างความเข้มแข็งให้แก่หน่วยงานวิจัยเฉพาะทาง
อ้างอิง
http://rdi.snru.ac.th/UserFiles/File/3(1).pdf. เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555.
www.op.mahidol.ac.th/orra/orra_tha/.../ASEAN.pdf. เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555.
cai.md.chula.ac.th/lesson/research/re12.htm. เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น